Skip to main content

หมวดหมู่ - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ข้อเท็จจริง  บิดาของผู้ร้องเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ช่วงเดือนกันยายนปี 2555 โดยตอนเกิดอุบัติเหตุบิดาผู้ร้องมีอายุ 59 ปี ปัจจุบันอายุ 60 ปี ผลจากอุบัติเหตุทำให้ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้พักฟื้นอยู่ที่บ้าน ไม่สามารถแสดงออกหรือสื่อสารและช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องนอนอย่างเดียว ตอนเกิดอุบัติเหตุบิดาผู้ร้องเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าของบริษัทก็ยังคงจ่ายเงินเดือนตามปกติให้อยู่จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะไปทำงานไม่ได้ก็ตาม (สามารถใช้ประกันสังคมได้)

ประเด็นคำถาม
1.หากต้องการร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถต้องทำอย่างไร และจะส่งผลอย่างไรต่อสิทธิและความสามารถในการทำนิติกรรมของคนไร้ความสามารถ
2.การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบิดาผู้ร้อง ต้องทำอย่างไรบ้าง
3.การดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณี ต้องดำเนินการอย่างไร

webmaster
6 พฤษภาคม 2557

ข้อเท็จจริง  ผู้ร้องอายุ 34 ปี แต่งงานกับสามีคนกรีกตอนนี้อยู่ที่กรีกกับสามีเป็นปีที่ 5 แล้ว อยู่ดีๆสามีผู้ร้องได้ฟ้องหย่าผู้ร้องเพราะไม่มีความสุขในชีวิตครอบครัวทนไม่ไหวแล้ว ตกใจและช๊อคจนทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ ผู้ร้องรับไม่ทันและรับไม่ไหวจริงๆ อยู่ที่นี่ผู้ร้องไม่มีใครเลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี  ผู้ร้องพยายามอ้อนวอนขอร้องสามีของตนแล้วว่าให้ยกเลิกการฟ้องได้ไหม ขอโอกาสปรับตัวหันหน้าเข้าหากันอีกครั้งแต่สามีผู้ร้องไม่มีแม้แต่เมตตาหรือเยื่อใยเลย ผู้ร้องต้องการทราบว่าตนจะเรียกร้องอะไรได้บ้างไหมกับระยะเวลาห้าปีที่ผู้ร้องอยู่กับสามีมา ผู้ร้องไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้าน ตอนนี้ไม่มีเงินเลย ถ้าจะเรียกร้องในศาลจะได้ไหม และอีกอย่างฝ่ายชายไม่มีทรัพย์สมบัติเป็นของตนเองแม้กระทั่งบ้านที่อยู่ด้วยกันตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นชื่อพ่อสามีหมด นอกจากถ้าพ่อสามีผู้ร้องเสียเมื่อไหร่พินัยกรรมระบุไว้ว่าจะตกเป็นของสามีผู้ร้อง แต่สามีผู้ร้องกีดกันไม่ให้ผู้ร้องเข้า

ประเด็นคำถาม
ผู้ร้องจะเรียกร้องอะไรจากสามีของตนได้และจะสามารถเรียกร้องในศาลได้หรือไม่

webmaster
6 พฤษภาคม 2557

ข้อเท็จจริง  บิดาของผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้และได้เสียชีวิตแล้วมีผู้ร้องเป็นผู้รับมรดก ลูกหนี้ได้เขียนเช็คไว้เป็นการค้ำประกันการกู้ยืมเงินโดยไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่าย ต่อมาผู้ร้องสืบทราบว่าลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องล้มละลายพร้อมถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ร้องจึงได้ติดต่อกรมบังคับคดี ผู้ร้องจึงขอปรึกษาว่า
1.เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ติดต่อมายังผู้ร้องว่าลูกหนี้ได้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้อ้างว่าผู้ร้องได้ลงวันที่ในเช็คเองโดยไม่ได้ยินยอมและบัญชีปิดแล้วจึงต้องการทราบว่าเช็คอยู่กับผู้ร้องตลอดผู้ร้องมีสิทธิลงวันที่หรือไม่  ซึ่งหากถ้าไม่ลงวันที่ในเช็คก็เข้าธนาคารไม่ได้และผู้ร้องก็จะไม่ทราบว่าเช็คเด้งหรือไม่
2.ลูกหนี้อ้างว่าเช็คผ่านมาเป็นสิบปีแล้วไม่มีสิทธิ ผู้ร้องอยากทราบว่าเช็คไม่ได้ลงวันที่มีอายุจนกว่าจะลงวันที่ใช่หรือไม่
3.ลูกหนี้บอกผู้ร้องว่าไม่ใช่เช็คการกู้ยืมเงินเป็นการตกลงร่วมสร้างพระและภายหลังได้ยกเลิกเช็คแล้ว ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเพราะบิดาของผู้ร้องเป็นประธานทำบุญบ่อยครั้งลูกหนี้จึงนำเหตุผลนี้มาอ้าง ถ้ายกเลิกเช็คจะมีการทำลายเช็คหรือไม่แล้วทำไม่เช็คยังอยู่
4.กรมบังคับคดีให้ผู้ร้องเข้าไปแก้ต่างคำค้านลูกหนี้ผู้ร้องควรทำอย่างไร ผู้ร้องมีหลักฐาน คือ เช็ค ซึ่งผู้ร้องแน่ใจว่ามีการกู้ยืมเงินเพราะลูกหนี้รายอื่นก็มีเช็คแบบนี้และผู้ร้องชนะคดีแพ่งแล้ว แต่ลูกหนี้รายนี้มีหนังสืออีกฉบับแต่ไม่ใช่สัญญากู้ใจความว่าเรื่องเงินที่ได้เคยคุยกันไว้จำนวนเท่านี้และได้มีการเซ็นต์เช็คไว้
5.ถ้าผู้ร้องหาคนที่เขียนหนังสือที่ได้เซ็นต์ชื่อไว้ด้วยไปให้การจะเป็นประโยชน์ไหม
6.ผู้ร้องพบเช็คของลูกหนี้รายนี้อีกจำนวนหนึ่งแต่ไม่ได้นำไปยื่นขอรับชำระหนี้เพราะเพิ่งเจอและเลยกำหนดขอรับชำระหนี้ผู้ร้องสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานเพิ่มเพื่อแก้ต่างได้หรือไม่และผู้ร้องจะนำเช็คดังกล่าวไปยื่นเพื่อขอรับชำระหนี้เพิ่มได้หรือไม่

ประเด็นคำถาม
1.ผู้ร้องสามารถลงวันที่ในเช็คได้หรือไม่
2.เช็คไม่ได้ลงวันที่มีอายุเพียงใด
3.การอ้างของลูกหนี้ผู้ร้องสามารถทำได้หรือไม่
4.ผู้ร้องควรทำอย่างไรในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกผู้ร้องไปยื่นคำแก้คำคัดค้านของลูกหนี้
5.การผู้ร้องนำพยานบุคคลไปสืบรับรองเกี่ยวกับเอกสารจะเป็นประโยชน์แก่คดีผู้ร้องหรือไม่
6.ผู้ร้องสามารถนำเช็คของลูกหนี้ไปยื่นเป็นหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแก้ต่างคำคัดค้านของลูกหนี้ได้หรือไม่ และผู้ร้องสามารถยื่นขอรับชำระหนี้ในเช็คดังกล่าวหลังกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ได้หรือไม่

webmaster
6 พฤษภาคม 2557