Skip to main content

หมวดหมู่ - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ซื้อคอนโดที่หัวหิน กำหนดเสร็จเดือนมีนาคม 2563 และผ่อนดาวน์กับโครงการใกล้ครบสัญญา แต่ปรากฎว่าโครงการสร้างได้แค่ 30%  

ประเด็นคำถาม

สามารถเรียกเงินที่ดาวน์และเงินที่ได้ผ่อนชำระไปแล้วทั้งหมดคืนจากทางโครงการได้หรือไม่

ข้อกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377, 378 (3), 388 และ 391

admin
23 มิถุนายน 2563

ข้อเท็จจริง  วันที่ 28 กันยายน ผู้ร้องได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งว่า ผู้ร้องยังค้างชำระหนี้ค่ารถจักรยานยนต์เอสอาร์ 2 คัน ซึ่งเป็นรถนำเข้า จำนวน 20,000 บาท ผู้ร้องรู้สึกแปลกใจเพราะได้ผ่อนชำระเต็มราคาแล้วในปีพ.ศ. 2552-2553 แต่การทำสัญญาซื้อขายรถจักรยานยนต์นี้ผู้ร้องไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้ร้องกับคู่สัญญา ในวันที่ 29 กันยายน ผู้ร้องรู้สึกไม่สบายใจจึงไปพบคู่สัญญาที่บ้าน คู่สัญญากล่าวว่าจะจ่ายเงินที่ค้างชำระให้ภรรยาของคู่สัญญาแทนผู้ร้อง แต่ผู้ร้องเกิดความสงสัยเพราะได้ชำระไปครบถ้วนแล้ว ไม่มีเงินที่ค้างชำระแล้ว ผู้ร้องจึงอยู่รอคุยกับภรรยาของคู่สัญญาโดยตรง เมื่อภรรยาของคู่สัญญามาถึง คู่สัญญากลับลุกขึ้นว่ากล่าวผู้ร้องเสียงดัง และตะโกนให้บุตรสาวของคู่สัญญาไปหยิบปืนในรถมา

ประเด็นคำถาม 
ผู้ร้องมีความผิดฐานบุกรุกหรือไม่
คู่สัญญาใช้ปืนขู่ มีความผิดหรือไม่
คู่สัญญามีทหารคอยรับใช้ที่บ้าน 1 นาย ถือเป็นความผิดหรือไม่ และการมีรถยนต์ต่างๆ ที่คู่สัญญาอ้างว่าได้มาในราคาถูก แต่เมื่อเกิดปัญหากลับต้องเอาไปซ่อน เป็นความผิดหรือไม่

webmaster
6 พฤษภาคม 2557

ข้อเท็จจริง
 บ้านของผู้ร้องกับบ้านตรงกันข้ามเคยมีปัญหากันจนทำให้ตอนนี้ไม่คุยกัน แล้วหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา คนหน้าบ้านมักจะมองเราด้วยสายตาที่ดูถูก และมีคำพูดที่แดกดันเรา  เวลาเห็นเรามักจะพูดคำพูดว่า “เล่นกับใครไม่เล่นอย่ามาเล่นกับคนอย่างกู มึงเจอแน่ แล้วชอบพูดว่า ตัวเองมีคนที่เป็นกองปราบ รู้จักคนใหญ่คนโตมากมาย จะเล่นกับกูก็ได้”  แล้วเวลาเราขับรถ หรือเดินผ่านจะมองแล้วยกเท้าใส่ แล้วพูดจาแดกดัน     ทุกๆเช้า  พ่อกับแม่ของผู้ร้องจะต้องตื่นเช้าเนื่องจากมีอาชีพเป็นช่างรับเหมา  จะถูกคนหน้าบ้านพูดแดกดันว่า กูไม่ใช่พวกกรรมกรใช้แรงงานจะได้ตื่นเช้าๆ ทุกวัน  ชอบขู่เรื่องจะเอากองปราบมาจัดการกับบ้านเรา  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเราจอดรถหน้าบ้านเราอีกหลังหนึ่ง  แล้วรถของอีกคนก็จอดอยู่หน้าบ้านข้างๆ ซึ่งไม่ใช่หน้าบ้านที่ตรงกับบ้านของคู่กรณีคนนี้ คู่กรณีก็พยายามขับรถเฉี่ยวรถเรา  พอคู่กรณีขับรถถึงบ้านของเขา เขาก็เร่งเครื่องรถทำให้ควันดำพุ่งเข้าบ้านเราจนเป็นเหตุให้ข้าวของและคนที่ยืนอยู่ในบ้านเราเสื้อผ้าเลอะไปหมด  และในวันนี้ พ่อของผู้ร้องได้นำรถไปจอดในบ้านติดกันข้างขวาซึ่งเป็นคนรู้จักกัน แต่ปัจจุบันเขาไม่ได้อยู่บ้านหลังดังกล่าว  ต่อมาเจ้าของบ้านที่เราเอารถไปจอดอนุญาตให้เราเอารถไปจอดหน้าบ้านของเขาได้ พ่อของผู้ร้องก็นำรถไปจอด  ต่อมาพอคู่กรณีกลับมาเห็นรถของพ่อของผู้ร้องจอดอยู่ในบ้านติดกัน ก็ตะโกนด่าว่า  ทำตัวเหมือนเป็นส่วนตัว บ้านแบบนี้ธนาคารยึดไปเยอะแล้ว และจงใจให้ครอบครัวของผู้ร้องได้ยิน 


ประเด็นคำถาม
  ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องสามารเอาผิดกับเขาได้หรือไม่

webmaster
21 เมษายน 2557

ข้อเท็จจริง  แฟนของพี่ที่ผู้ร้องรู้จักผู้ให้กู้ ให้คนอื่นยืมเงิน ในครั้งแรกทำสัญญากู้ยืมเงิน มีการชำระเรียบร้อยแล้ว ต่อมาครั้งที่สองได้มีการกู้ยืมโดยไม่ได้ทำสัญญากู้ โดยที่ผู้ให้กู้ได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้เป็นเงินจำนวน 35,000 บาท เวลาๆได้ผ่านประมาณหนึ่งปี ผู้กู้ไม่ยอมชำระหนี้ เนื่องจากผู้ให้กู้เห็นว่าสัญญากู้ไม่ได้ทำสัญญาเป็นหนังสือ จึงไม่สามารถฟ้องบังคับคดีได้และ คิดว่าการขึ้นศาลเป็นคดีความนั้นทำให้เสียเวลาและเสียเงิน

ประเด็นคำถาม
1.จะแจ้งความฐานยักยอกได้หรือไม่
2.การฟ้องร้องเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินมีอายุความอย่างไร

webmaster
26 กรกฎาคม 2556

ข้อเท็จจริง   ปรึกษาว่าสามารถฟ้องร้องหรือแจ้งความและเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลอดีตสามีและอดีตเมียน้อยของสามีที่มาหมิ่นประมาทผู้ร้องได้หรือไม่  และอดีตสามีไม่ยอมส่งเสียค่าเลี่ยงดูลูก เพราะเชื่อว่าผู้ร้องได้เงินจากอดีตเมียน้อยมา 5 ล้าน เพื่อแลกกับการหย่ากับอดีตสามีนั้น

ประเด็นคำถาม
1. อยากทราบว่าสามารถแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนได้หรือไม่
2. สามารถฟ้องร้องเรื่องหมิ่นประมาทและคุกคามได้หรือไม่

webmaster
8 กรกฎาคม 2556

ข้อเท็จจริง  ผู้ร้องได้ไปจองหอพักเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2555 ค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท ค่ามัดจำ 2,000 บาท  ผู้ร้องได้ตกลงกับเจ้าของหอพักและได้จ่ายค่ามัดจำไป 2,000 บาท เรียบร้อยแล้ว วันที่ 1 มกราคม 2556 ผู้ร้องจะมาจ่ายค่าห้องพร้อมกับทำสัญญา เพราะผู้เช่าเดิมจะออกจากห้องเช่าวันที่  12 ธันวาคม 2555 ซึ่งหลังจากนั้น วันที่ 10 ธันวาคม 2555 อีก 3 วัน ต่อมาเจ้าของหอพักได้โทรศัพท์มาแจ้งผู้ร้องว่า ให้มาจ่ายค่าเช่าห้อง  ผู้ร้องได้แย้งกลับไปว่าตกลงกันว่าจะจ่ายค่าเช่าที่เหลือในวันที่ 1 มกราคม 2556 พร้อมทำสัญญา เจ้าของหอพักได้แจ้งแก่ผู้ร้องว่า วันที่มีการตกลงกันระหว่างตนกับผู้ร้องเป็นการเข้าใจผิด เพราะในสัญญาได้ระบุไว้ว่าหลังจาก 5 วัน ที่มาจองให้ผู้ร้องมาจ่ายค่าห้องไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ แต่ในวันที่ 10 ธันวาคม 2555 ที่ผู้ร้องได้จ่ายค่ามัดจำนั้นเจ้าของหอพักไม่ได้แจ้งผู้ร้องว่าเมื่อจองห้องไว้แล้วหลังจากนั้นอีก 5 วัน ผู้ร้องจะต้องมาจ่ายค่าห้องเช่า เจ้าของหอพักจึงได้ยื่นข้อเสนอต่อผู้ร้องว่า ถ้าหากไม่ต้องการให้ตนต้องถูกตัดสิทธิ์ให้ผู้ร้องนำเงินมาจ่ายไว้ก่อน 1,800 บาท ส่วนที่เหลือวันที่ 1 มกราคม 2556 ให้ผู้ร้องนำมาจ่ายแล้วจึงทำสัญญา ผู้ร้องจึงได้จ่ายเพิ่มไปอีก 2,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินที่จ่ายไปแล้วรวมเป็นจำนวน 4,000 บาท แต่พอถึงวันที่ 1 มกราคม 2556  เจ้าของหอพักอ้างว่าเงิน 1,800 บาท ที่ผู้ร้องจ่ายมาก่อนหน้านี้เป็นเงินค่าเช่าห้องทิ้งไว้สำหรับเดือนมกราคม 2556 ต้องจ่ายค่าเช่าห้องใหม่ก่อนจึงจะทำสัญญาเช่าได้  
 
ประเด็นคำถาม
1.การที่เจ้าของหอพักไม่ได้บอกรายละเอียดของกฎหอพักให้ผู้เช่าทราบก่อนแล้วจึงมาบอกทีหลังจ่ายค่ามัดจำไปถือเป็นการฉ้อโกงหรือไม่
2.การตกลงทำสัญญาในวันที่ 1 มกราคม 2556 ที่ตกลงกันไว้ก่อนแล้วเจ้าของหอพักได้มากลับคำพูดตอนทำสัญญาจะต้องทำอย่างไร
 

webmaster
17 มิถุนายน 2556