Skip to main content

หมวดหมู่ - พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543

ข้อเท็จจริง
            ผู้ร้องได้ซื้อบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ชื่อหมู่บ้านมารวย ถนนร่มเกล้า หมู่บ้านนี้ตั้งมาแล้วประมาณ 10  กว่าปี ผู้ร้องได้อยู่อาศัยมาประมาณ 5 ปี ถนนทางออกมีทางเดียว  เป็นหมู่บ้านปิด มียามเปิด-ปิด ประตูทางเข้าหมู่บ้าน โดยเก็บค่าส่วนกลางประมาณ 300 บาท และรั้งติดกับโรงเรียนสารศาสน์ร่มเกล้า ทางหมู่บ้านมีที่ดินเปล่าว่างอยู่ 1 แปลง  ประมาณ 1 ไร่ ที่ตรงนั้นติดกับโรงเรียน เมื่อประมาณ 2 เดือน ที่แล้ว หมู่บ้านได้ขายที่ส่วนนั้นให้กับโรงเรียนแล้ว ทางโรงเรียนได้ล้อมรั้ว เจาะช่อง เป็นทางเข้าออกในฝั่งของหมู่บ้าน เพื่อให้รถของผู้ปกครองที่มาส่งเด็กนักเรียนสามารถผ่านเข้า-ออก ผ่านหมู่บ้านได้ ซึ่งรถที่เข้ามาในหมู่บ้านต้องเลี้ยวเข้าทางเดียวกัน ทำให้ในหมู่บ้านรถติด เกิดความไม่ปลอดภัยของเด็ก ทรัพย์สินของบ้านพักในหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านให้เหตุผลว่าเซ็นต์ภาระจำยอมในการใช้ถนนให้กับโรงเรียนไปแล้ว

ประเด็นคำถาม
            1. จะไม่ยอมให้รถของโรงเรียนผ่านเข้าออกได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไร
            2. ถ้าทรัพย์สินสูญหายสามารถเอาผิดกับหมู่บ้านได้หรือไม่
            3. ถ้ารถเกิดชนเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ในหมู่บ้าน สามารถเอาผิดกับหมู่บ้านได้หรือไม่

webmaster
29 กรกฎาคม 2556

ข้อเท็จจริง
                หมู่บ้านจัดสรร มาบอกว่าถ้าจะเข้าออก ต้องซื้อบัตรผ่านทางเป็นรายเดือน ที่ดินแปลงดังกล่าว เดิมเป็นของโครงการหมู่บ้านเช่นกัน แต่จำนองไว้กับธนาคาร แล้วถูกธนาคารยึด และขายต่อให้กับ บ.ส.ก ที่ดินดังกล่าวมีประมาณ 20 แปลง โดยหมู่บ้านตั้งมาแล้วประมาณ 20 ปี แต่ยังขายไม่หมดเพราะโครงการใหญ่มาก
 

ประเด็นคำถาม
               1. ถนนที่เป็นทาง เข้า-ออก เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร
               2. การที่หมู่บ้านเก็บค่าผ่านทาง กระทำถูกหรือไม่

webmaster
29 กรกฎาคม 2556

ข้อเท็จจริง  ตามที่ผู้ร้องได้เคยขอรับคำปรึกษาทางกฎหมายจากศูนย์ฯแล้ว ผู้ร้องยังมีความสงสัยในเรื่องที่ว่าถนนหน้ากว้าง 12 เมตรจากเดิมตอนแรกโครงการได้บอกว่าเป็นภาระจำยอมกับนายก อบต. แต่ในบันทึกถ้อยคำเรื่องภาระจำยอมถนนฝั่งติดโครงการอีก 6 เมตร ก็อยู่ภาระจำยอมเช่นกัน ผู้ร้องได้สอบถามกับนายก อบต. ซึ่งได้รับคำตอบจากนายก อบต. ว่า ได้ขายให้โครงการแล้วแต่ไม่ทราบว่าทำไมยังมีชื่อตนเป็นเจ้าของภารยทรัพย์อยู่ และให้ผู้ร้องถามโครงการว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น พอผู้ร้องได้สอบถาม โครงการก็ประวิงเวลาไม่ยอมตอบจากวันที่ส่งหนังสือทวงถามไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน ซึ่งผ่านไปแล้ว 3 เดือน โครงการก็อ้างว่า กำลังเตรียมเอกสารเพื่อชี้แจง (ไม่นับรวมถึงการทำหนังสือทวงถามครั้งที่ 2 และผู้ร้องโทรสอบถามติดตามเรื่องอีก 5 ครั้ง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาผู้ร้องก็ไม่ได้รับคำตอบ) และนอกจากเรื่องถนนสายหลักของโครงการมีเรื่องโครงการไม่ทำตามแผนผังที่แจ้งกับจัดสรรที่ดินจังหวัด เช่น นำที่ดินที่แจ้งว่าเป็นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคลและสวนสาธารณะไปสร้างบ้านขายแทน เป็นต้น และมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ว่า เจ้าของโครงการเป็นภรรยาของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็นกรรมการคนหนึ่งในคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดโดยตำแหน่งและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลผู้เป็นเจ้าของภารยทรัพย์ในเรื่องถนน คสล. หน้ากว้าง 12 เมตร ยาว 1 กิโลเมตร และเป็นทั้งหุ้นส่วนและกรรมการโครงการด้วย ผู้ร้องจึงขอปรึกษาว่าตนและสมาชิกโครงการจะสามารถดำเนินการและและติดต่อกับหน่วยงานใดนอกเหนือจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเนื่องจากผู้ร้องกลัวว่าจะถูกแทรกแซงจากนักการเมืองท้องถิ่น

ประเด็นคำถาม
ผู้ร้องจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรตามกฎหมายที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

webmaster
17 มิถุนายน 2556