Skip to main content

เนื้อหาทั้งหมด

  •      ผู้ร้องเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีบุตรผู้เยาว์กับสามี ต่อมาสามีของผู้ร้องได้ไปมีความสัมพันธ์และแต่งงานกับหญิงอื่นอย่างเปิดเผย โดยที่ยังมิได้หย่าร้างกับผู้ร้อง เนื่องจากมีบุตรกับหญิงคนใหม่ สามีของผู้ร้องได้ยกรถยนต์อันเป็นสินสมรสจำนวน 1 คันให้กับผู้ร้องแต่ไม่ยอมส่งค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

    ประเด็นคำถาม

    1. ผู้ร้องสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากหญิงอื่นที่มามีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับสามีได้หรือไม่ และมีขั้นตอนอย่างไร
    2. สามีต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือไม่ และมีขั้นตอนอย่างไร
    คลังคำตอบ
    admin
    08/07/2018 - 16:00
  •           ที่ทำงานของผู้ร้องมีลักษณะเป็น Home Office และเจ้าของบริษัทซึ่งเป็นชาวต่างชาตินำสุนัขพันธุ์บุลลี่ (Bully) มาเลี้ยง โดยไม่มีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า เริ่มจากจำนวน 1 ตัว ต่อมาค่อยๆ เพิ่มเป็น 11 ตัว ซึ่งสุนัขพันธุ์ดังกล่าวเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์จากสุนัขพันธุ์พิตบลู (Pitbull) เพื่อให้มีความดุร้ายน้อยลง แต่ยังคงมีความดุร้ายอยู่ดี
    เจ้าของบริษัทวางแผนที่จะเลี้ยงดูสุนัขทั้ง 11 ตัวเพื่อผสมพันธุ์ขาย แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการจดทะเบียนหรือดำเนินการทางกฎหมาย หรือเอกสารใดๆ โดยสุนัขทั้ง 11 ตัว ถูกเลี้ยงอยู่ในกรงสุนัขที่ค่อนข้างแน่นหนา โดยมีประตูเข้าออกถึง 2 ชั้น เพื่อป้องกันมิให้สุนัขหลุดออกมาได้ ต่อมา ได้พาสุนัข 1 ตัวเข้ารับการฝึก แต่กลับยกเลิกโปรแกรมการฝึกกลางคันหลังจากฝึกไปได้เพียง 15 วัน ส่วนอีก 10 ตัวที่เหลือ ยังไม่ได้รับการฝึกใดๆ
              ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เจ้าของบริษัทได้ปล่อยสุนัขบางตัวออกมาเดินเล่นนอกกรงเป็นครั้งคราว โดยไม่มีอุปกรณ์ควบคุมหรือคนกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด (มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐาน) ซึ่งบ่อยครั้งสุนัขได้ออกมาเดินอยู่ภายในออฟฟิศ สร้างความหวาดกลัวให้กับพนักงาน ทั้งยังสร้างความรำคาญใจให้กับพนักงานกรณีที่สุนัขถ่ายของเสียเรี่ยราดภายในออฟฟิศ พนักงานได้แจ้งความกังวลใจเกี่ยวกับภัยอันตรายจากสุนัขพันธุ์นี้ให้แก่เจ้าของบริษัททราบในที่ประชุม แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ ที่เป็นรูปธรรม แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีพนักงานในบริษัทถูกสุนัขทำร้ายก็ตาม

    ประเด็นคำถาม
    1. การเลี้ยงสุนัขในกรณีนี้ผิดกฎหมายหรือไม่
    2. ในฐานะลูกจ้างควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าของเป็นชาวต่างชาติซึ่งปฏิบัติต่อลูกจ้างชาวไทยแตกต่างจากลูกจ้างชาวต่างชาติ
    3. เพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ก่อนเจ้าของบริษัทเลี้ยงสุนัขทั้ง 11 ตัว สามารถใช้สิทธิในการทำงานที่บ้านโดยไม่ถูกไล่ออกหรือได้รับผลกระทบทางลบใดๆ ได้หรือไม่
     

    คลังคำตอบ
    admin
    08/06/2018 - 16:05
  •           กรณีมีการเล่นฟุตบอล ที่สนามของหมู่บ้าน ตั้งแต่เวลา 16.30 ถึง 19.00 น. โดยเวลาประมาณ 18.40 น. แล้วมีสมาชิกหมู่บ้านรายหนึ่ง บอกว่า “ผมเป็นตำรวจ ถ้าไม่เงียบ เดี๋ยวจะจับให้หมดเลย” จากนั้นสมาชิกหมู่บ้านคนดังกล่าวหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวีดิโอ 

    ประเด็นคำถาม

    • อยากทราบว่าผู้ที่เล่นฟุตบอลกระทำความผิดกฎหมายเรื่องใด หรือไม่
    คลังคำตอบ
    admin
    08/03/2018 - 11:19
  •           ผู้ซื้อทำสัญญาซื้อขายหมูจากผู้ขาย ในราคา 4,000 บาท โดยผู้ซื้อได้รับหมูไปแล้วแต่ตกลงกับผู้ขายว่าจะชำระราคาหมูภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ผู้ขายจึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านลงบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน เมื่อถึงกำหนดชำระราคาค่าหมูผู้ซื้อก็ไม่นำเงินมาชำระตามที่ตกลงกันไว้โดยแจ้งว่าไม่มีเงิน ผู้ขายจึงให้ผู้ซื้อเขียนสัญญาซื้อขายย้อนหลังเพื่อเป็นหลักฐานและเป็นประกันว่าจะชำระหนี้ โดยเขียนวันถึงกำหนดชำระหนี้ใหม่เป็นวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 เมื่อถึงกำหนดผู้ซื้อก็ไม่นำเงินมาชำระหนี้อีก ผู้ขายจึงแจ้งความข้อหาฉ้อโกง แต่ตำรวจเรียกมาไกล่เกลี่ยในวันที่ 3 ธันวาคม 2560 โดยผู้ซื้อยินยอมผ่อนเป็นรายเดือนพร้อมดอกเบี้ยและทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เป็นหลักฐาน แต่เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ผู้ซื้อก็ไม่นำเงินมาชำระหนี้อีก

    ประเด็นคำถาม

    1. ผู้ขายสามารถฟ้องผู้ซื้อในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ได้หรือไม่ พ้นกำหนดอายุความในการฟ้องคดีหรือยังและสามารถเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่
    2. ผู้ขายสามารถฟ้องผู้ซื้อฐานผิดสัญญาซื้อขายได้หรือไม่
    คลังคำตอบ
    admin
    08/02/2018 - 09:20
  •           ปู่ของแฟนผู้ร้องเป็นเส้นเลือดในสมองแตก อัมพาตครึ่งซีก นอนติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ การรับรู้เหมือนเข้าใจที่พูดเป็นบางครั้ง เป็นมา 2 ปีแล้ว แฟนผู้ร้องเป็นผู้ดูแลแต่เพียงผู้เดียว ต้องการเป็นผู้อนุบาลผู้ป่วย แต่ไม่ทราบว่าจะทำได้อย่างไร เนื่องจากไม่ใช่หลานแท้ๆ เพราะปู่เป็นสามีคนที่สองของย่า และปู่ไม่มีลูกกับย่า ปู่มีพี่น้องอยู่แต่ก็อายุมากแล้ว จึงให้แฟนผู้ร้องเป็นผู้ดูแลและตัดสินใจทั้งหมด ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ปู่เป็นข้าราชการบำนาญได้รับเงินเป็นรายเดือน และไม่ได้ทำเอทีเอ็มไว้ ทำให้เวลาเบิกเงินต้องพาปู่ไปด้วยทุกครั้ง ผู้ร้องกังวลว่าถ้าต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วไม่สามารถพาปู่ไปเบิกเงินได้จะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาและซื้อของใช้จำเป็น

    ประเด็นคำถาม

    1. ในกรณีที่ไม่ใช่หลานแท้ๆ สามารถขอเป็นผู้อนุบาลผู้ป่วยและทำธุรกรรมต่าง ๆ แทนผู้ป่วยได้หรือไม่ และถ้าสามารถทำได้จะติดต่อขอทำเรื่องได้ที่ไหน
    2. ในกรณีที่ไม่สามารถขอเป็นผู้อนุบาลได้ผู้ร้องอยากขอคำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางต่อไป
    คลังคำตอบ
    admin
    08/01/2018 - 10:39
  •           ชายสัญชาติจีนสมรสกับหญิงสัญชาติไทย มีบุตรด้วยกัน 1 คน ชายชาวจีนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ต่อมาภรรยาชาวไทยเสียชีวิต สามีชาวจีนต้องการให้บิดาของภรรยาเป็นผู้จัดการมรดกจึงลงชื่อในหนังสือให้ความยินยอมของทายาทเป็นภาษาจีนพร้อมแนบหนังสือเดินทางและสำเนาให้ด้วยเพื่อใช้เป็นหลักฐานในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรเพื่อให้บิดาของภรรยาร้องขอศาลตั้งผู้จัดการมรดก

    ประเด็นคำถาม

              การลงลายมือชื่อเป็นภาษาต่างประเทศต้องมีพยานรับรองลายมือชื่อหรือไม่

    คลังคำตอบ
    admin
    07/26/2018 - 08:06
  •           เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ได้ติดต่อผู้เช่าให้มาดูบ้าน เมื่อดูเสร็จผู้เช่าต้องการเช่าทันที แต่ขณะนั้นสัญญายังไม่พร้อม ผู้เช่าจึงสั่งจ่ายเช็คในนามนิติบุคคล ลงวันที่ล่วงหน้า 2 ฉบับ ในฉบับแรกมีลักษณะขีดคร่อมที่หัวเช็คระบุ “จ่ายเงินสด” และไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า หรือผู้ถือ จำนวน 10,000 บาท ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2560 และฉบับที่ 2 จำนวน  20,000 บาท ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 โดยตกลงว่าจะทำสัญญาเช่าในอาทิตย์ถัดไป แล้วผู้ให้เช่าจึงได้มอบกุญแจบ้านแก่ผู้เช่า  

    • ในวันถัดมา คือวันที่ 2 ตุลาคม 2560 ผู้เช่าอ้างว่าในบ้านมีเห็บ หมัด เป็นจำนวนมาก จึงได้ว่าจ้างคนมาฉีดยาฆ่าเห็บ หมัด เป็นจำนวนเงิน 3,500 บาท ให้ผู้ให้เช่าโอนเงินมาให้ด้วย ผู้ให้เช่าเห็นว่าเป็นเหตุที่มาจากผู้เช่าคนก่อนที่นำสุนัขเข้ามาเลี้ยงจริง จึงโอนเงินไปให้   
    • ต่อมาผู้เช่าติดต่อมาบอกว่าไฟเพดานในบ้านมีลักษณะเก่า ไม่สวยงาม และเสี่ยงต่อการถูกไฟดูด หรือไฟช็อต อาจถึงตายได้ ผู้เช่าได้เสนอว่าตึกเก่าที่เขาประกาศขายมีโคมไฟเพดานสวยๆ อยู่ และส่งภาพให้ผู้ให้เช่าดูทางไลน์ อยากจะยกให้ผู้ให้เช่า แต่ผู้ให้เช่าจะต้องจ่ายเงินค่าถอดและขนย้ายจุดละ 600 บาท ทั้ง 12 จุด เป็นเงิน 7,000 บาท ซึ่งผู้ให้เช่าตกลงและได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้  
    • ต่อมาผู้เช่าระบุว่าเห็บ หมัดมีจำนวนมากจนผู้รับจ้างฉีดยาฯ ทำงานไม่สำเร็จจะขอคืนเงินให้ ให้ผู้ให้เช่าส่งเลขบัญชี แล้วจะโอนเงินคืน แต่ผู้ให้เช่าก็ไม่ได้รับเงินดังกล่าวคืนแต่อย่างใด โดยผู้เช่าแจ้งเพิ่มว่าในบ้านเช่ามีปลวกกำลังกัดกินตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อิน ต้องกำจัดปลวก โดยไม่ขอใช้บริการจากบุคคลของผู้ให้เช่า เนื่องจากเขาได้ว่าจ้างคนรับกำจัดเห็บ หมัดเดิมมากำจัดปลวกแล้วมีค่าใช้จ่าย7,000 บาท และได้แจ้งให้ผู้เช่าโอนเงินไปเพิ่มอีก 3,500 บาท เพื่อทำสัญญากำจัดปลวก เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งไม่ทราบว่าหลังจากการดำเนินการครั้งแรกแล้วมีการดำเนินการต่อหรือไม่  
    • ต่อมาระหว่างวันที่ 1-11 ตุลาคม 2560 ผู้เช่าทำที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย บอกผู้ให้เช่าว่า ประตูเข้าบ้านมี 3 ทางไม่ดี ออฟฟิศที่ตนขายไปนั้นมีกระจกที่ถอดออกมา และรู้จักผู้รับเหมาจะดำเนินการให้ในราคา 30,000 บาท ผู้ให้เช่าเห็นว่าประตูเก่าไม่ค่อยดีแล้วจึงตกลงโอนเงินวางมัดจำไปให้จำนวน 15,000 บาท หลังจากนั้นผู้เช่าได้โทรมาแจ้งว่ามีความเข้าใจผิดเรื่องประตู เมื่อผู้ให้เช่าดูแบบเห็นว่าไม่สวยจึงไม่ตกลงด้วย วันที่ 10 ตุลาคม 2560 ผู้เช่าจึงไปซื้อประตูใหม่ราคา 40,000 บาท ทำให้ราคารวมการทำประตูทั้งหมดกลายเป็น 60,000 บาท อย่างไรก็ตามผู้ให้เช่าไม่ได้จ่ายเงินเพิ่มเติมในส่วนนี้เนื่องจากตรวจสอบพบว่าสถานะการเงินผู้เช่ากำลังมีปัญหา  
    • และเมื่อนำเช็คฉบับลงวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ไปขึ้นเงิน ธนาคารได้ตีคืนกลับมาแล้วแจ้งว่าบัญชีปิดไปแล้ว แต่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้นำเช็คอีกฉบับไปขึ้นเงินเพราะคาดว่าคงขึ้นเงินไม่ได้เช่นกัน แน่นอน  

              ทั้งนี้ผู้ให้เช่าได้แจ้งให้ผู้เช่าย้ายออกในภายวันที่ 31 ตุลาคม 2560

    ประเด็นคำถาม  

    1. สามารถเอาผิดผู้เช่าได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากไม่มีสัญญาเช่า แต่ได้รับเช็คมา 2 ฉบับเป็นหลักประกันในการขอเข้าอยู่  
    2. ผู้ให้เช่าจะสามารถเรียกร้องเงินที่ถูกหลอกไปได้หรือไม่ เพราะผู้เช่าอ้างว่าได้โอนเงินทั้งหมดให้กับบุคคลที่รับผิดชอบงานนั้นๆ ไปแล้ว ส่วนที่เป็นค่าทำไฟผู้ให้เช่าโอนตรงไปที่บัญชีของบุคคลที่ 3 นั้นจะโอนคืนต้องคุยกับบุคคลเหล่านั้นก่อน ซึ่งผู้เช่าไม่เคยนำหลักฐานการโอนมาแสดงให้เห็นเลย
    คลังคำตอบ
    admin
    07/25/2018 - 12:14
  •           คุณพ่อของผู้ร้องได้กู้ยืมเงินจากคุณป้าของผู้ร้องไปเป็นจำนวน 180,000 บาท เมื่อหลายปีมาแล้ว ต่อมามีการแบ่งมรดกกัน(ผู้ร้องมิได้ให้ข้อมูลว่าแบ่งมรดกของใคร จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการแบ่งมรดกของปู่ผู้ร้อง เนื่องจากมีการแบ่งให้กับพี่น้องทั้งหมด 9 คน) มีการตั้งผู้จัดการมรดก และแบ่งมรดกออกเป็น 9 ส่วนตามจำนวนทายาทซึ่งเป็นพี่น้องกัน คุณป้าของผู้ร้องจึงแจ้งแก่ผู้จัดการมรดกว่าคุณพ่อของผู้ร้องติดหนี้คุณป้า ผู้จัดการมรดกจึงโอนมรดกในส่วนที่คุณพ่อของผู้ร้องจะต้องได้ให้กับคุณป้าไปโดยที่คุณพ่อของผู้ร้องไม่ทราบและไม่ได้ยินยอมด้วยในการจัดการทรัพย์มรดกเช่นว่านี้ ปัจจุบันคุณพ่อของผู้ร้องได้เสียชีวิตลงแล้ว และคุณป้าได้โอนที่นาแปลงนั้นให้กับบุตรของคุณป้า

    ประเด็นคำถาม

    • ผู้ร้องสามารถเรียกที่นาในส่วนที่คุณพ่อผู้ร้องมีสิทธิจะได้ตามกฎหมายคืนจากคุณป้าได้หรือไม่
       
    คลังคำตอบ
    admin
    07/20/2018 - 09:34
  •           ผู้ร้องเป็นเจ้าของบริษัทเอกชน มีลูกจ้างขอลาเพื่อไปเกณท์หารเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งตามระเบียบการลาของบริษัทอนุญาตให้ลากรณี Leave Without Pay (การลาโดยไม่รับค่าจ้าง) เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยทางบริษัทไม่ติดใจการลา สามารถอนุมัติการลาดังกล่าวได้เพียงแต่ลูกจ้างจะมีสองสถานะคือ เป็นผู้รับราชการทหารและเป็นพนักงานของบริษัทด้วย ทั้งนี้ บริษัทไม่มีนโยบายไม่รับลูกจ้างที่ไม่ผ่านการเกณฑ์ทหารเข้าทำงาน บริษัทผู้เป็นนายจ้างจะสามารถกำหนดระเบียบการลาไปรับราชการทหารของลูกจ้างได้อย่างไรบ้าง เพื่อมิให้ขัดต่อกฎหมายแรงงาน

    คลังคำตอบ
    admin
    07/19/2018 - 14:10
  •           ผู้ร้องเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานมาเป็นระยะเวลา 6 ปี โดยบริษัทนายจ้างได้ทำสัญญาจ้างแบบปีต่อปี หากเป็นกรณีที่บริษัทนายจ้างไม่ประสงค์ต่อสัญญารายปีอีกต่อไป เนื่องจากต้องการให้ลูกจ้างลาออกจากบริษัทกรณีหนึ่ง หรืออีกกรณีหนึ่งหากลูกจ้างยื่นใบลาออก ลูกจ้างจะได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายอย่างไรบ้าง

    คลังคำตอบ
    admin
    07/19/2018 - 13:52